Review | รีวิว Redmi Note 5 สเปคดี คุ้มค่า ในราคาเริ่มต้นแค่ 5,990 บาท - Android

Get it on Google Play

Review | รีวิว Redmi Note 5 สเปคดี คุ้มค่า ในราคาเริ่มต้นแค่ 5,990 บาท - Android

ในที่สุดมือถือที่มาพร้อมกล้องคู่รุ่นแรกของตระกูล Redmi ก็เข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในราคา xxx บาท ซี่งหลังจากที่เราได้แกะกล่องพรีวิวไปก็มีคนมาสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับมือถือรุ่นนี้ว่า เอ.. มันมีรุ่น Pro ด้วยใช่ไหม ขออธิบายย้ำอีกรอบนะครับว่ารุ่น Note 5 Pro นั้นมีขายเฉพาะที่อินเดียเท่านั้น ส่วน Redmi Note 5 ที่่เรานำมารีวิวนั้นเป็นรุ่น Global ที่วางขายในประเทศไทย ซึ่งเป็นสเปคเดียวกับที่จีนต้นกำเนิด ดีไซน์และงานประกอบ ตัวเครื่อง Redmi Note 5 นั้นหากนำมาเทียบขนาดแล้ว มันเท่ากับรุ่น […]

The post Review | รีวิว Redmi Note 5 สเปคดี คุ้มค่า ในราคาเริ่มต้นแค่ 5,990 บาท appeared first on DroidSans.

ในที่สุดมือถือที่มาพร้อมกล้องคู่รุ่นแรกของตระกูล Redmi ก็เข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในราคา xxx บาท ซี่งหลังจากที่เราได้แกะกล่องพรีวิวไปก็มีคนมาสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับมือถือรุ่นนี้ว่า เอ.. มันมีรุ่น Pro ด้วยใช่ไหม ขออธิบายย้ำอีกรอบนะครับว่ารุ่น Note 5 Pro นั้นมีขายเฉพาะที่อินเดียเท่านั้น ส่วน Redmi Note 5 ที่่เรานำมารีวิวนั้นเป็นรุ่น Global ที่วางขายในประเทศไทย ซึ่งเป็นสเปคเดียวกับที่จีนต้นกำเนิด

ดีไซน์และงานประกอบ

ตัวเครื่อง Redmi Note 5 นั้นหากนำมาเทียบขนาดแล้ว มันเท่ากับรุ่น Redmi 5 Plus เลย ด้วยหน้าจอไซส์เดียวกัน ความละเอียดเท่ากัน แต่สเปคของ Redmi Note 5 นั้นแรงกว่าด้วยชิป Snapdragon 636 และได้กล้องหลังคู่สำหรับการถ่ายภาพ Portrait

ส่วนของรายละเอียดต่างๆ รอบตัวเครื่องนั้นอาจจะจะขอย่อแบบสั้นๆ ถ้าอยากอ่านเต็มๆ ก็ไปดูได้ที่แกะกล่องพรีวิว Redmi Note 5 นะครับ

 

ตัวเครื่องและการใช้งาน

ด้วยขนาดหน้าจอที่ตอนนี้มือถือ Android แทบทุกรุ่นมาในอัตราส่วน 18:9 กันแล้วทั้งหมด เชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะเริ่มปรับตัวกันได้กับขนาดจอที่ยาวขึ้นแล้ว ซึ่งจอ 5.99 นิ้วของ Redmi Note 5 นั้นก็มาพร้อมกับความละเอียด Full HD+ ซึ่งก็ถือว่าเป็นมาตรฐาน ความละเอียดของพิกเซล รวมถึงความคมชัดนั้นดีเลย

Redmi Note 5 นั้นมาพร้อมกับ Android 8.1 และทำงานบน MIUI 9.5 ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นล่าสุด หน้าตาโดยรวมอาจจะดูไม่แตกต่างจากตอน MIUI 9 สักเท่าไหร่ แต่จริงๆ ก็มีฟีเจอร์เพิ่มเข้ามามากทีเดียว โดยเฉพาะในเรื่องของ Gesture

เอกลักษณ์ของ MIUI อีกอย่างนึงคือการไม่มีส่วนของ App drawer ยังคงเป็นการเรียงแอปทั้งหมดในเครื่องและติดตั้งใหม่เอาไว้บนหน้า Home ยิ่งมีแอปมากก็จะมีหลายหน้า ซึ่งก็สามารถจับเข้า folder แบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อลดจำนวนได้ (แต่ถ้าหากอยากได้ app drawer ก็ลง launcher ตัวอื่นมาใช้งานแทน)

ระบบการแจ้งเตือนหรือ bagde บนหน้าจอของ Redmi Note 5 ยังคงแสดงเป็นตัวเลขข้อความหรือการแจ้งเตือนที่ยังไม่ได้อ่าน ซึ่งหลายๆ คนน่าจะชอบกัน

ส่วนแถบ toggle switch หรือ shortcut นั้นอยู่ด้านบนเหมือน Android ทั่วไป แถบการแจ้งเตือนจากแอปต่างๆ นั้นจะถูกรวบเป็นอันเดียว ถ้าอยากจะขยายก็แต่ลากลงมาเพื่อดูข้อความที่เรายังไม่ได้อ่าน

ถ้าเลื่อนจอไปทางซ้ายก็จะพบหน้าสำหรับค้นหา และมีทางลัดในการเข้าใช้งานแอป ต่างๆ ซึ่งส่วนนี้เราก็สามารถกำหนดข้อมูลที่จะแสดงได้บางส่วน รวมๆ แล้วการใช้งาน MIUI ของ Xiaomi ก็ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนครับ เวอร์ชั่นหลังๆ ก็เริ่มปรับเข้าหา Google มากขึ้นเรื่อยๆ แต่การตั้งค่าต่างๆ มันอาจจะดูยุ่บยั่บเยอะแยะไปบ้าง คาดว่าใครที่อยากจะลองย้ายมาครั้งแรกก็ใช้เวลาในการเรียนรู้ไม่มาก

 

ฟีเจอร์ต่างๆ ของ MIUI

ส่วนนี้ขออธิบายฟีเจอร์ใหม่ของ MIUI ที่เสริมเข้าในเวอร์ชั่น 9.5 ก่อน หลักๆ เลยก็คือเรื่องของ gesture ที่ทำให้เราสามารถปิดปุ่มนำทางหรือ navigation key ด้านล่างไปได้เลย ไม่ต้องแทรกขึ้นมาบนหน้าจอ โดยเข้าไปที่การตั้งค่า > การแสดงผลเต็มหน้าจอ

ฟีเจอร์นี้ก็จะใช้การลากนิ้วในการควบคุมเครื่องเป็นหลัก เช่นลากนิ้วจากด้านล่างขึ้นมาบนหน้าจอ จะเป็นการกลับไปสู่หน้า Home

หากลากแล้วค้างบนหน้าจอ ก็จะเป็นการเรียก Overview ดูแอปที่หมดที่เปิดทิ้งเอาไว้

หากลากหรือปัดนิ้วจากขอบด้านข้างไม่ว่าซ้ายหรือขวา จะเป็นการย้อนกลับเหมือนเรากดปุ่ม back

ในช่วงแรกอาจจะไม่ค่อยชิน แต่ถ้าฝึกไปเรื่อยๆ จะติดใจ เพราะมันใช้งานง่าย ส่วนตัวผมก็ชอบนะ แต่ติดอย่างเดียวคือตอนจะสลับแอปที่ต้องเลื่อนนิ้วมาค้างกลางจอนี่แหละ รู้สึกว่ามันต้องรอไปหน่อย ไม่เหมือนกับการกดปุ่ม overview หรือ recent app ที่แตะปุ้บมาปั้บ

17/05/2018 05:47 AM